อบรมการทำงานบนที่สูง

อบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง

เรียนรู้การอนุมัติใบอนุญาตทำงานและการควบคุมความเสี่ยงก่อนเริ่มงาน

5.0

รายละเอียดการอบรม

อบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง หัวใจสำคัญที่นายจ้างและลูกจ้างควรรู้ (อัปเดต 2026)

การทำงานบนที่สูงถือเป็นหนึ่งในงานที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดในอุตสาหกรรมก่อสร้างและการซ่อมบำรุง หากขาดการวางแผนหรืออุปกรณ์ที่เหมาะสมเพียงเสี้ยววินาทีอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ การ อบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง จึงไม่ใช่แค่ข้อบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นเกราะคุ้มกันชีวิตของพนักงานทุกคน

ทำไมต้องอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง?

ตามกฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน นายจ้างมีหน้าที่จัดให้ลูกจ้างได้รับการฝึกอบรมก่อนเริ่มปฏิบัติงานจริง โดยเหตุผลหลักที่ต้องให้ความสำคัญมีดังนี้

ลดอุบัติเหตุและการบาดเจ็บ

การรู้วิธีใช้อุปกรณ์ช่วยชีวิตที่ถูกต้องช่วยลดโอกาสการตกจากที่สูงได้มากกว่า 90%

ปฏิบัติตามกฎหมาย

เพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับและปัญหาทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิภาพแรงงาน

สร้างความมั่นใจให้พนักงาน

มื่อพนักงานรู้สึกปลอดภัย ประสิทธิภาพในการทำงานจะเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย

การจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

การอบรมจะสอนทักษะการช่วยเหลือตัวเองและผู้อื่นเมื่อเกิดอุบัติเหตุหน้างาน

หลักเกณฑ์สำคัญในการทำงานบนที่สูงตามมาตรฐานสากล

ในการอบรมที่มีคุณภาพ เนื้อหาควรครอบคลุมหลักเกณฑ์สำคัญดังต่อไปนี้:

การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)

ก่อนเริ่มงานทุกครั้งต้องมีการตรวจสอบสภาพพื้นที่ สภาพอากาศ และความพร้อมของร่างกายพนักงาน

อุปกรณ์ป้องกันการตกส่วนบุคคล (PPE)

พนักงานต้องมีความเชี่ยวชาญในการเลือกใช้และตรวจสอบอุปกรณ์ เช่น:

  • Full Body Harness: สายรัดตัวนิรภัยแบบเต็มตัว
  • Lanyard: เชือกช่วยชีวิตที่มีระบบดูดซับแรงกระแทก
  • Anchor Point: จุดยึดที่ต้องมีความแข็งแรงเพียงพอ (ไม่น้อยกว่า 2,200 กก. หรือตามที่วิศวกรกำหนด)
ระบบป้องกันการตก (Fall Protection Systems)

แบ่งออกเป็นระบบป้องกันก่อนตก (Fall Restraint) และระบบยับยั้งการตก (Fall Arrest) ซึ่งมีวิธีการติดตั้งและใช้งานที่แตกต่างกัน

ใครบ้างที่ควรเข้ารับการอบรม?

ไม่ใช่เพียงแค่ช่างก่อสร้างเท่านั้น แต่รวมถึง:

  • พนักงานเช็ดกระจกตึกสูง
  • ช่างซ่อมบำรุงระบบแอร์หรือไฟฟ้าบนเพดานโรงงาน
  • พนักงานติดตั้งป้ายโฆษณา
  • หัวหน้างานและเจ้าหน้าที่ความปลอดภัย (จป.) ที่ต้องควบคุมดูแลการทำงาน

รายละเอียดหลักสูตรการอบรม

แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!

หลักสูตร
วันที่
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ
เดือนพฤษภาคม วันที่ 18-19
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน
เดือนมิถุนายน วันที่ 22-23
หลักสูตร
วันที่
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ
เดือนพฤษภาคม วันที่ 18-19
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน
เดือนมิถุนายน วันที่ 22-23
หลักสูตร
วันที่
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ
เดือนพฤษภาคม วันที่ 18-19
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน
เดือนมิถุนายน วันที่ 22-23

คำถามที่พบบ่อย

ความสูงกี่เมตรถึงต้องมีอุปกรณ์ป้องกันการตก?

ตามมาตรฐานกฎหมายไทย (กฎกระทรวงกำหนดมาตรฐานในการบริหาร จัดการ และดำเนินการด้านความปลอดภัยฯ พ.. 2564) กำหนดว่าหากทำงานบนที่สูงที่มีความต่างระดับตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ป้องกันการตกหรือราวกันตกอย่างเหมาะสมครับ

โดยทั่วไปใบประกาศนียบัตรจะมีอายุ 2 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถานประกอบการหรือข้อกำหนดของลูกค้าเจ้าของพื้นที่ (Owner) แนะนำให้มีการอบรมทบทวน (Refresher Course) ทุกๆ 1-2 ปี เพื่ออัปเดตเทคนิคและตรวจสอบความพร้อมของพนักงานครับ

หากพนักงานมีโรคประจำตัว สามารถเข้าอบรมหรือทำงานบนที่สูงได้ไหม?

ผู้ที่จะทำงานบนที่สูงต้องมีสุขภาพแข็งแรง ไม่มีโรคที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงาน เช่น โรคกลัวความสูง, โรคลมชัก, โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้ ก่อนเริ่มงานหรือเข้าอบรมควรมีการตรวจสุขภาพและคัดกรองเบื้องต้นเพื่อความปลอดภัยครับ

อุปกรณ์จำพวกสายรัด (Harness) และเชือกนิรภัย (Lanyard) มักมีอายุการใช้งานประมาณ 5 ปี นับจากวันที่ผลิต (ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและวัสดุ) แต่หากอุปกรณ์เคยผ่านการตกจริง” (Shock load) มาแล้วครั้งหนึ่ง หรือพบรอยบาด รอยไหม้ เสื่อมสภาพ ต้องเลิกใช้และทำลายทิ้งทันที ห้ามนำกลับมาใช้อีกเด็ดขาด

สรุป อบรมอับอากาศสำหรับผู้ปฏิบัติงาน

การลงทุนกับ การอบรมความปลอดภัยในการทำงานบนที่สูง คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับองค์กร เพราะความปลอดภัยของพนักงานคือรากฐานของธุรกิจที่ยั่งยืน หากคุณกำลังมองหาหลักสูตรอบรมที่ได้มาตรฐาน อย่ารอให้เกิดอุบัติเหตุก่อนที่จะเริ่มป้องกัน

หมวดหมู่

หลักสูตรงานความเสี่ยงสูง

หลักสูตรอบรมเพิ่มเติม