รายละเอียดการอบรม
- ระยะเวลาอบรม: 6-24 ชั่วโมง
- รูปแบบการอบรม: In-house Training / Public Training
- ใบประกาศนียบัตร: มี Certificate หลังผ่านการอบรม
- มาตรฐาน: หลักสูตรสอดคล้องตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย
เจาะลึก Public Training: ทางเลือกการพัฒนาบุคลากรรายบุคคล คุ้มค่า ตอบโจทย์กฎหมาย
ในกระบวนการพัฒนาบุคลากรและการปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ปัญหาที่ฝ่ายบริหารและฝ่ายบุคคล (HR) มักพบเจออยู่เสมอคือ “พนักงานใหม่มีจำนวนไม่กี่คน” หรือ “มีหัวหน้างานเพิ่งแต่งตั้งใหม่แค่ 1-2 คน” ซึ่งการจัดอบรมภายในองค์กร (In-house Training) อาจไม่คุ้มทุนในแง่ของงบประมาณ บริการ Public Training (การอบรมสาธารณะ) จึงกลายเป็นโซลูชันที่ตอบโจทย์ได้อย่างยอดเยี่ยม บทความนี้จะพาทุกท่านไปทำความเข้าใจข้อดี รูปแบบ และเทคนิคการเลือกคอร์ส Public Training ให้คุ้มค่าและถูกต้องตามกฎหมายมากที่สุดครับ
Public Training คืออะไร?
ทำไมจึงสำคัญต่อองค์กร?
ublic Training คือ รูปแบบการจัดฝึกอบรมสาธารณะที่เปิดรับผู้เข้าอบรมจากหลากหลายบริษัทและสถานประกอบกิจการมารวมกันในคอร์สเดียว โดยทางสถาบันฝึกอบรมจะเป็นผู้กำหนดวัน เวลา สถานที่ (มักจัดที่โรงแรมหรือศูนย์ฝึกของสถาบัน) รวมถึงจัดเตรียมวิทยากรและอุปกรณ์การเรียนการสอนไว้ทั้งหมด
ความสำคัญของ Public Training ต่อองค์กรยุคใหม่ ได้แก่:
เติมเต็มความพร้อมให้พนักงานใหม่ทันที: เมื่อมีการจ้างงานพนักงานใหม่หรือเลื่อนขั้นหัวหน้างาน องค์กรสามารถส่งพนักงานเข้าอบรมคอร์สสาธารณะได้ทันทีโดยไม่ต้องรอกลุ่มใหญ่
เครือข่ายและการแลกเปลี่ยนความรู้ (Networking): ผู้เข้าอบรมมีโอกาสได้พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และแชร์แนวทางการแก้ไขปัญหาหน้างานร่วมกับเพื่อนร่วมอาชีพจากบริษัทอื่นๆ
พนักงานมีสมาธิกับการเรียนรู้: การเปลี่ยนสภาพแวดล้อมออกจากที่ทำงานเดิม มายังสถานที่อบรมภายนอก ช่วยลดการรบกวนจากงานด่วนหน้างาน ทำให้พนักงานโฟกัสกับเนื้อหาได้อย่างเต็มที่
3 ข้อดีเด่นที่ทำให้ HR เลือกส่งอบรมแบบ Public Training
1. ยืดหยุ่นสูงและประหยัดงบสำหรับกลุ่มขนาดเล็ก หากคุณมีพนักงานที่ต้องเข้าอบรมจำนวนน้อย (ประมาณ 1–9 คน) การส่งอบรมแบบ Public Training จะจ่ายค่าลงทะเบียนเป็นรายหัว ซึ่งประหยัดกว่าการเหมาจ่ายรายรุ่นแบบ In-house และช่วยให้ควบคุมงบประมาณการฝึกอบรมประจำปีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
2. จัดการเวลาง่าย มีตารางอบรมล่วงหน้าตลอดปี สถาบันฝึกอบรมมาตรฐานมักจะมี “ตารางอบรมประจำปี (Public Training Calendar)” ออกมาล่วงหน้า ทำให้ฝ่าย HR สามารถวางแผน (Training Roadmap) และส่งพนักงานเข้าอบรมตามวันที่สะดวกได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่กระทบต่อกำลังการผลิตในภาพรวม
3. นำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200% เช่นเดียวกับการอบรมภายใน ค่าลงทะเบียนพนักงานเข้าอบรม Public Training ในหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาฝีมือแรงงานหรือความปลอดภัยตามกฎหมาย นายจ้างสามารถนำใบเสร็จรับเงินไปยื่นหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ถึง 2 เท่า (200%)
รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
คำถามที่พบบ่อย
มีพนักงานแค่ 1-2 คน สามารถส่งเข้าอบรม Public Training ได้ไหม?
ส่งได้แน่นอนครับ นี่คือจุดเด่นที่สุดของ Public Training แม้จะมีพนักงานเพียงคนเดียวก็สามารถลงทะเบียนเข้าเรียนได้ สถาบันฝึกอบรมจะเป็นผู้รวบรวมผู้สมัครจากบริษัทต่างๆ ให้ครบตามจำนวนที่เปิดคอร์สเองครับ
ใบประกาศนียบัตร (Certificate) จากคอร์ส Public สามารถใช้ยื่นตรวจแรงงานได้ไหม?
ใช้ยื่นได้ถูกต้องตามกฎหมาย 100% ครับ ตราบใดที่คุณเลือกสถาบันฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนอนุญาตกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง วุฒิบัตรที่ออกให้ในนามบุคคลจะได้รับการยอมรับ และสามารถนำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจความปลอดภัย (ตรวจแรงงาน) ได้ตามปกติ
หากพนักงานที่ลงทะเบียนไว้ติดงานด่วนในวันอบรม สามารถเปลี่ยนคนเรียนได้ไหม?
โดยส่วนใหญ่สามารถทำได้ครับ แต่ HR ควรแจ้งประสานงานกับสถาบันฝึกอบรมล่วงหน้า (มักกำหนดไว้ล่วงหน้า 3–7 วันก่อนวันอบรม) เพื่อให้ทางสถาบันดำเนินการแก้ไขชื่อในระบบและเตรียมพิมพ์ใบประกาศนียบัตรใบใหม่ให้ถูกต้องในวันงานครับ
Public Training ในปัจจุบันมีรูปแบบออนไลน์ (Virtual Live) ไหม และได้ใบเซอร์เหมือนกันไหม?
มีครับ ปัจจุบันหลายสถาบันเปิดคอร์ส Public Training ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน Zoom หรือ Microsoft Teams สำหรับหลักสูตรภาคทฤษฎี (เช่น จป.หัวหน้างาน, จป.บริหาร, คปอ.) ซึ่งพนักงานจะได้รับใบประกาศนียบัตรส่งตรงถึงบริษัทเหมือนกับการไปนั่งเรียนที่โรงแรมทุกประการ แต่สำหรับหลักสูตรที่กฎหมายบังคับภาคปฏิบัติ (เช่น ดับเพลิงขั้นต้น หรือกู้ภัยอับอากาศ) ยังคงต้องไปเข้าอบรมในสถานสถานที่จริงครับ
สรุปการเลือกใช้บริการ Public Training
เป็นกลยุทธ์การบริหารงบประมาณที่คุ้มค่าและชาญฉลาดสำหรับองค์กรที่มีพนักงานจำนวนน้อย หรือต้องการส่งฝึกอบรมเป็นรายบุคคล ช่วยให้องค์กรของคุณปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยได้อย่างครบถ้วน ไม่มีตกหล่น และเปิดโอกาสให้บุคลากรได้พัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่องเพื่อนำความรู้กลับมาพัฒนาองค์กรให้ปลอดภัยยิ่งขึ้น


