รายละเอียดการอบรม
- ระยะเวลาอบรม: 6 ชั่วโมง
- รูปแบบการอบรม: In-house Training / Public Training
- ใบประกาศนียบัตร: มี Certificate หลังผ่านการอบรม
- มาตรฐาน: หลักสูตรสอดคล้องตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย
รายละเอียดหลักสูตรอบรม
อุบัติเหตุหรือเหตุฉุกเฉินทางการแพทย์ เช่น ภาวะหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน (Sudden Cardiac Arrest) สามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่ว่าจะเป็นในโรงงานอุตสาหกรรม ออฟฟิศ หรือแม้แต่ในชีวิตประจำวัน ในวินาทีวิกฤตที่หัวใจหยุดเต้น ทุกๆ 1 นาทีที่ผ่านไปโดยไม่ได้รับการช่วยเหลือ จะลดโอกาสรอดชีวิตลงถึง 10% การ อบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ CPR จึงเป็นหลักสูตรสำคัญที่กฎหมายกำหนด เพื่อเปลี่ยนให้พนักงานทั่วไปกลายเป็น “ผู้ช่วยชีวิตด่านหน้า” ที่สามารถประคับประคองอาการของผู้ป่วยให้ปลอดภัยก่อนที่ทีมแพทย์จะมาถึง
ทำไมกฎหมายจึงกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีผู้อบรมปฐมพยาบาล?
ตามกฎกระทรวงและมาตรฐานด้านสวัสดิการในสถานประกอบกิจการ กำหนดให้นายจ้างต้องจัดให้มีอุปกรณ์ สิ่งอำนวยความสะดวก และ “ผู้ผ่านการฝึกอบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น” ประจำทำงานตามสัดส่วนจำนวนลูกจ้าง
ทำไมกฎหมายจึงกำหนดให้สถานประกอบการต้องมีผู้อบรมปฐมพยาบาล?
ลดความรุนแรงของความสูญเสีย: การปฐมพยาบาลที่ถูกวิธี (เช่น การห้ามเลือด, การดามกระดูก) ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้บาดเจ็บพิการหรือมีอาการทรุดหนักลง
- เพิ่มโอกาสรอดชีวิตด้วย CPR และ AED: การกดหน้าอก (CPR) ควบคู่กับการใช้เครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ภายใน 4 นาทีแรก สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้นได้สูงถึง 50-70%
- สร้างความอุ่นใจในองค์กร: พนักงานมีความมั่นใจในการทำงานมากขึ้นเมื่อรู้ว่ารอบตัวมีเพื่อนร่วมงานที่รู้วิธีช่วยชีวิตอย่างถูกต้อง
4 หัวข้อสำคัญที่ต้องเรียนรู้ในคอร์สอบรมปฐมพยาบาลและ CPR
หลักสูตรที่ได้มาตรฐานจะต้องมีการเรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและการเวิร์กชอปปฏิบัติจริงกับหุ่นจำลอง โดยมีเนื้อหาหลักดังนี้:
การประเมินสถานการณ์และผู้บาดเจ็บ (Scene Assessment) เรียนรู้วิธีการเข้าช่วยเหลืออย่างปลอดภัยตามหลัก “Safe Scene” เพื่อไม่ให้ผู้เข้าช่วยเหลือกลายเป็นผู้ประสบภัยซ้ำซ้อน และการประเมินการรู้สึกตัวของผู้ป่วย
ขั้นตอนการทำ CPR (Cardiopulmonary Resuscitation) ฝึกปฏิบัติการกดหน้าอกฟื้นคืนชีพที่ถูกต้องตามมาตรฐานสากล (AHA Guideline) ทั้งเรื่องของตำแหน่ง ความลึก (ประมาณ 2-2.4 นิ้ว) และความเร็ว (100-120 ครั้งต่อนาที)
การใช้งานเครื่องกระตุ้นหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ (AED) ฝึกฝนการใช้เครื่อง AED ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่กฎหมายในปัจจุบันเริ่มบังคับให้ติดตั้งในอาคารสูงและโรงงาน เรียนรู้วิธีแปะแผ่นนำไฟฟ้า และการปฏิบัติตามคำสั่งเสียงของเครื่องอย่างปลอดภัย
การปฐมพยาบาลอุบัติเหตุทั่วไปที่พบบ่อยหน้างาน
- การสำลัก สิ่งอุดกั้นทางเดินหายใจ (Choking / Heimlich Maneuver)
- การห้ามเลือดและการพันแผลกรณีแผลเปิดหรืออวัยวะขาด
- การช่วยเหลือผู้ป่วยเป็นลม แดดเผา (Heat Stroke) หรือกระดูกหัก
รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
คำถามที่พบบ่อย
ตามกฎหมาย บริษัทต้องมีพนักงานที่ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลจำนวนกี่คน?
ตามมาตรฐานกฎหมายสวัสดิการแรงงาน กำหนดสัดส่วนไว้เบื้องต้น เช่น สถานประกอบกิจการที่มีลูกจ้าง ตั้งแต่ 50 คนขึ้นไป ต้องจัดให้มีผู้ผ่านการอบรมปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างน้อย 1 คน ประจำตลอดเวลาทำงาน (หมายความว่าหากบริษัทมีหลายกะ หรือหลายไลน์ผลิต ควรต้องอบรมเผื่อไว้ให้ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่มีคนทำงานครับ)
หากไม่มีความรู้ทางการแพทย์เลย จะสามารถทำ CPR และใช้เครื่อง AED ได้จริงไหม?
ทำได้แน่นอนครับ หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อ “บุคคลทั่วไป” (Lay Rescuer) โดยเฉพาะ วิทยากรจะสอนด้วยภาษาง่ายๆ และให้ฝึกกับหุ่นซ้อมจนชำนาญ ส่วนเครื่อง AED ในปัจจุบันก็ถูกออกแบบมาให้ปลอดภัยสูงมาก ตัวเครื่องจะมีเสียงพูดภาษาไทยคอยแนะนำทีละขั้นตอน และเครื่องจะไม่ยอมปล่อยกระแสไฟฟ้าเด็ดขาด หากตรวจพบว่าหัวใจของผู้ป่วยไม่ได้อยู่ในสภาวะที่ต้องช็อก
ใบรับรอง (Certificate) การอบรมปฐมพยาบาลและ CPR มีอายุกี่ปี?
โดยทั่วไปใบประกาศนียบัตรหลักสูตร CPR และปฐมพยาบาลจะมีอายุ 2 ปี เนื่องจากทักษะการกดหน้าอกและการจำขั้นตอนอาจลดเลือนลงเมื่อเวลาผ่านไป รวมถึงมาตรฐานสากล (เช่น American Heart Association – AHA) จะมีการอัปเดตแนวทางทุกๆ 5 ปี องค์กรจึงควรจัดให้พนักงานอบรมทบทวนทุกๆ 2 ปีครับ
หากเราทำ CPR แล้วกระดูกซี่โครงผู้ป่วยหัก เราจะมีความผิดตามกฎหมายไหม?
ไม่มีความผิดครับ ตามประมวลกฎหมายอาญาของไทย (รวมถึงหลักการสากล Good Samaritan Law) การเข้าช่วยเหลือผู้ป่วยในภาวะวิกฤตเพื่อรักษาชีวิต โดยเจตนาบริสุทธิ์และทำตามขั้นตอนที่ได้รับฝึกฝนมา จะได้รับการยกเว้นความผิดทางแพ่งและอาญา และในความเป็นจริง ภาวะกระดูกซี่โครงร้าวหรือหักสามารถเกิดขึ้นได้จากการกดหน้าอกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งแพทย์สามารถรักษาต่อได้ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่ทำ CPR สมองจะตายภายใน 4 นาที
สรุป การจัดอบรมการดับเพลิงขั้นต้น
การจัด อบรมการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และ CPR ไม่ใช่เพียงแค่การทำตามกฎหมายสวัสดิการแรงงานเพื่อผ่านการตรวจประเมิน แต่คือการลงทุนใน “ชีวิตพนักงาน” ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดขององค์กร พนักงานที่รู้วิธี CPR และปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง จะเป็นกำลังสำคัญในการเปลี่ยนสถานการณ์วิกฤตให้กลายเป็นโอกาสในการรอดชีวิต และสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่ใส่ใจต่อสังคมและบุคลากรอย่างแท้จริง


