รายละเอียดหลักสูตร
อบรม จป.หัวหน้างาน กฎหมายข้อบังคับ หน้าที่สำคัญ และแนวทางการจัดอบรมให้ถูกต้อง ในการดำเนินธุรกิจยุคปัจจุบัน “ความปลอดภัย” กลายเป็นหนึ่งในดัชนีชี้วัดความสำเร็จขององค์กร ตามกฎหมายควบคุมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน กำหนดให้สถานประกอบกิจการตามประเภทที่กฎหมายระบุ ต้องจัดให้มี “เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับหัวหน้างาน” หรือที่เรียกกันติดปากว่า จป.หัวหน้างาน บทความนี้จะสรุปทุกเรื่องที่นายจ้างและฝ่ายบุคคลต้องรู้ ตั้งแต่ข้อบังคับทางกฎหมาย หน้าที่ความรับผิดชอบ ไปจนถึงแนวทางการจัดอบรมเพื่อให้ถูกต้องและเกิดความปลอดภัยสูงสุดในองค์กร
เจาะลึก 5 หน้าที่สำคัญของ จป.หัวหน้างาน
ตามกฎหมายล่าสุด เมื่อผ่านการอบรมและได้รับแต่งตั้งเป็น จป.หัวหน้างาน แล้ว กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหน้าที่หลัก 5 ประการ ดังนี้:
กำกับดูแลลูกจ้างให้ปฏิบัติตามข้อบังคับและคู่มือความปลอดภัย หัวหน้างานต้องคอยสอดส่องและตักเตือนไม่ให้ลูกจ้างลัดขั้นตอนทำงาน หรือละเลยการสวมใส่คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคล (PPE)
ตรวจสอบสภาพการทำงาน เครื่องจักร และอุปกรณ์ ต้องทำการตรวจเช็กพื้นที่ทำงาน เครื่องมือ และเครื่องจักรให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยก่อนเริ่มงานเสมอ หากพบจุดชำรุดต้องสั่งแก้ไขทันที
สอนและแนะนำวิธีการปฏิบัติงานที่ปลอดภัยแก่ลูกจ้าง เมื่อมีพนักงานใหม่เข้ามา หรือมีการเปลี่ยนขั้นตอนการทำงาน หัวหน้างานต้องทำหน้าที่เป็นผู้ถ่ายทอดวิธีทำงานที่ถูกต้องเพื่อป้องกันอันตราย
ตรวจสอบหาสาเหตุการประสบอันตราย หรือการเจ็บป่วย หากเกิดอุบัติเหตุหรือพนักงานเจ็บป่วยจากการทำงาน หัวหน้างานต้องร่วมกับ จป.วิชาชีพ ในการสอบสวนหาสาเหตุเพื่อวางมาตรการป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
- รายงานและเสนอแนะแนวทางแก้ไขต่อนายจ้าง จัดทำรายงานสภาพการทำงานที่ไม่ปลอดภัย หรือข้อเสนอแนะในการปรับปรุงสภาพแวดล้อมส่งต่อไปยัง จป.บริหาร หรือนายจ้างเพื่ออนุมัติงบประมาณแก้ไข
รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
จป.หัวหน้างาน ตามมาตรฐานที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกำหนด หลักสูตรอบรม จป.หัวหน้างาน จะต้องมีระยะเวลาการอบรม ไม่น้อยกว่า 12 ชั่วโมง โดยแบ่งออกเป็น 4 หมวดวิชาหลัก ได้แก่
หมวดวิชาที่ 1:
ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน และบทบาทหน้าที่ของ จป.หัวหน้างาน
หมวดวิชาที่ 2:
กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน
หมวดวิชาที่ 3:
การค้นหาอันตรายจากการทำงานและการประเมินความเสี่ยง
หมวดวิชาที่ 4:
การป้องกันและควบคุมอันตราย (รวมถึงการใช้อุปกรณ์ PPE และการจัดการเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน)
รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทประเภทไหนบ้างที่ต้องมี จป.หัวหน้างาน?
ตามกฎหมาย กิจการกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม, งานก่อสร้าง, งานขนส่ง, สถานีบริการน้ำมัน, คลังสินค้า รวมถึงธุรกิจบริการบางประเภท ( เช่น โรงแรม, ห้างสรรพสินค้า, โรงพยาบาล, และสถาบันการเงิน) ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 20 คนขึ้นไป จำเป็นต้องแต่งตั้ง จป.หัวหน้างาน ครับ
แต่งตั้งพนักงานเป็น จป.หัวหน้างาน โดยไม่ส่งไปอบรมได้หรือไม่?
ไม่ได้เด็ดขาดครับ การแต่งตั้งจะสมบูรณ์และถูกต้องตามกฎหมายก็ต่อเมื่อพนักงานคนนั้นผ่านการอบรมจากหน่วยงานที่ได้รับอนุญาต และได้รับใบประกาศนียบัตร (Certificate) เรียบร้อยแล้วเท่านั้น หากนายจ้างฝ่าฝืนไม่จัดอบรมจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ใบเซอร์ (Certificate) จป.หัวหน้างาน มีอายุการใช้งานกี่ปี?
วุฒิบัตรหรือใบเซอร์ของ จป.หัวหน้างาน ไม่มีวันหมดอายุครับ เมื่ออบรมผ่านแล้วจะมีคุณสมบัติเป็น จป.หัวหน้างาน ไปตลอด (ยกเว้นกรณีที่กฎหมายมีการเปลี่ยนแปลงหลักสูตรครั้งใหญ่ในอนาคต หรือบริษัทต้องการจัดอบรมเพื่อ Refresher ทบทวนความรู้ประจำปี)
หากพนักงานย้ายไปทำงานที่บริษัทใหม่ ใบเซอร์ จป.หัวหน้างาน ยังใช้ได้ไหม?
ใช้ได้ครับ ใบประกาศนียบัตรเป็นสิ่งยืนยันความรู้เฉพาะตัวของบุคคลนั้นๆ เมื่อย้ายบริษัทใหม่ นายจ้างใหม่สามารถนำใบเซอร์เดิมมาใช้ยื่นขึ้นทะเบียนแต่งตั้งพนักงานคนนั้นเป็น จป.หัวหน้างาน ของบริษัทใหม่ได้ทันที โดยไม่ต้องส่งไปเรียนซ้ำ
สรุป การจัด อบรม จป.หัวหน้างาน
ไม่ใช่แค่เรื่องของการทำตามกฎหมายเพื่อหลีกเลี่ยงโทษปรับ แต่เป็นกระบวนการขับเคลื่อน “วัฒนธรรมความปลอดภัย” จากระดับหัวหน้าไปสู่ระดับปฏิบัติการ หัวหน้างานที่มีความรู้เรื่องการประเมินอันตรายจะช่วยปกป้องชีวิตพนักงาน ลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ และช่วยให้ธุรกิจดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน


