ผู้ช่วยเหลือ (Attendant)

อบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือ

เฝ้าระวังและประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินจากภายนอกพื้นที่อับอากาศ

5.0

รายละเอียดหลักสูตร

อบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือ: ฮีโร่หน้าปากทางเข้ากับทักษะการกู้ภัยที่ถูกต้อง ในการทำงานในที่อับอากาศ (Confined Space) ความเสี่ยงที่พนักงานด้านในจะหมดสติจากก๊าซพิษหรือขาดออกซิเจนสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา และเมื่อวินาทีวิกฤตนั้นมาถึง คนที่จะช่วยยื้อชีวิตและประสานงานนำตัวพวกเขากลับขึ้นมาได้อย่างปลอดภัยก็คือ “ผู้ช่วยเหลือ” (Confined Space Attendant) แต่สถิติอุบัติเหตุที่ผ่านมามักพบความสูญเสียซ้ำซ้อนเนื่องจากผู้ช่วยเหลือขาดทักษะและสติ การ อบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือ จึงเป็นหลักสูตรภาคบังคับที่กฎหมายกำหนด เพื่อฝึกฝนให้ผู้เฝ้าหน้าปากทางเข้ามีทักษะการสังเกตการณ์ การสื่อสาร และการกู้ภัยจากภายนอกอย่างมืออาชีพ

ผู้ช่วยเหลือ (Attendant) คือใคร? ทำไมตำแหน่งนี้ห้ามละทิ้งหน้าที่?

ผู้ช่วยเหลือ คือ บุคคลที่นายจ้างแต่งตั้งให้มีหน้าที่เฝ้าอยู่บริเวณทางเข้า-ออกที่อับอากาศตลอดเวลาที่มีการปฏิบัติงาน โดยมีหน้าที่หลักในการติดต่อสื่อสาร คอยช่วยเหลือผู้ปฏิบัติงานด้านใน และสั่งการให้อพยพหรือเปิดใช้แผนกู้ภัยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน กฎหมายและมาตรฐานสากลระบุอย่างชัดเจนว่า ผู้ช่วยเหลือห้ามละทิ้งหน้าที่เด็ดขาด และห้ามเข้าไปทำงานร่วมกับคนด้านใน เนื่องจาก

  • เป็นสายตาของทีม: คนด้านในมักจะโฟกัสกับงานจนอาจไม่ได้สังเกตว่าค่าก๊าซเริ่มเปลี่ยน หรือร่างกายตัวเองเริ่มผิดปกติ ผู้ช่วยเหลือที่อยู่ด้านนอกจึงต้องคอยสังเกตอาการและส่งสัญญาณเตือน

  • เป็นศูนย์กลางการติดต่อ: คอยประสานงานระหว่างคนทำงานด้านใน ผู้ควบคุมงาน และทีมกู้ภัยภายนอก

  • ป้องกันความสูญเสียซ้ำซ้อน: สถิติชี้ว่าผู้เสียชีวิตในที่อับอากาศกว่า 50% คือผู้ช่วยเหลือที่พยายามวิ่งลงไปช่วยเพื่อนโดยไม่มีอุปกรณ์ป้องกัน การอบรมจะช่วยดึงสติและสอนวิธีช่วยชีวิตที่ถูกต้องจากภายนอก

หัวข้อสำคัญที่ต้องเรียนรู้ในการอบรมผู้ช่วยเหลืออับอากาศ

หลักสูตรนี้จะเน้นหนักไปที่ “ทักษะการเฝ้าระวัง การสื่อสาร และการกู้ภัยเบื้องต้น” โดยมีเนื้อหาหลักดังนี้:

 

  1. การลงทะเบียนพนักงานเข้า-ออก (Entrant Tracking) เรียนรู้ระบบการบันทึกรายชื่อและจำนวนพนักงานที่ลงไปในที่อับอากาศอย่างแม่นยำ เพื่อให้รู้ว่าในแต่ละช่วงเวลามีคนอยู่ด้านในกี่คน และเป็นใครบ้าง

     
  2. สัญญาณเตือนภัยและการสื่อสารในภาวะวิกฤต ฝึกฝนการใช้เครื่องมือสื่อสาร เช่น วิทยุสื่อสาร (Walkie-Talkie) สัญญาณมือ หรือสัญญาณเชือก และการจดจำอาการเริ่มแรกของการขาดออกซิเจนหรือโดนก๊าซพิษ (เช่น หน้ามืด มึนงง พฤติกรรมเปลี่ยน) เพื่อสั่งอพยพได้ทันท่วงที

     
  3. การใช้ระบบและอุปกรณ์ช่วยชีวิตจากภายนอก (Non-Entry Rescue) ฝึกฝนการใช้อุปกรณ์กู้ภัยโดยไม่ต้องลงไปด้านใน เช่น ชุดสามขา (Tripod) รอกกู้ภัย (Winch) และการเกี่ยวสายรัดนิรภัย (Harness) เพื่อลากตัวผู้ประสบภัยขึ้นมาจากปากบ่ออย่างรวดเร็ว

     
  4. การประสานงานกับทีมกู้ภัยระดับสูง เรียนรู้ขั้นตอนการแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างถูกวิธี การให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ทีมแพทย์หรือทีมกู้ภัยที่สวมชุด SCBA (ชุดช่วยหายใจแบบถังถังอัดอากาศ) เพื่อให้การช่วยเหลือมีประสิทธิภาพสูงสุด

รายละเอียดหลักสูตรการอบรม

แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!

เดือน
วันที่
ราคา
มิถุนายน
Coming Soon
6,xxx
กรกฎาคม
Coming Soon
6,xxx
สิงหาคม
Coming Soon
6,xxx
กันยายน
Coming Soon
6,xxx
ตุลาคม
Coming Soon
6,xxx
พฤศจิกายน
Coming Soon
6,xxx
ธันวาคม
Coming Soon
6,xxx
เดือน
วันที่
ราคา
มิถุนายน
Coming Soon
6,xxx
กรกฎาคม
Coming Soon
6,xxx
สิงหาคม
Coming Soon
6,xxx
กันยายน
Coming Soon
6,xxx
ตุลาคม
Coming Soon
6,xxx
พฤศจิกายน
Coming Soon
6,xxx
ธันวาคม
Coming Soon
6,xxx
เดือน
วันที่
ราคา
มิถุนายน
Coming Soon
6,xxx
กรกฎาคม
Coming Soon
6,xxx
สิงหาคม
Coming Soon
6,xxx
กันยายน
Coming Soon
6,xxx
ตุลาคม
Coming Soon
6,xxx
พฤศจิกายน
Coming Soon
6,xxx
ธันวาคม
Coming Soon
6,xxx

คำถามที่พบบ่อย

ผู้ช่วยเหลือสามารถลงไปช่วยเพื่อนในที่อับอากาศได้หรือไม่?

ไม่ได้เด็ดขาดครับ! หากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันระบบทางเดินหายใจ (เช่น ชุด SCBA) และไม่ได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรกู้ภัยในที่อับอากาศขั้นสูง (Advanced Rescue) มาโดยเฉพาะ หน้าที่ของผู้ช่วยเหลือคือการใช้อุปกรณ์รอกดึงจากภายนอก (Non-entry rescue) และเรียกทีมกู้ภัยเท่านั้น การลงไปโดยไม่มีอุปกรณ์จะทำให้ผู้ช่วยเหลือหมดสติและเสียชีวิตตามไปด้วย

ไม่ได้ครับ ตามกฎหมายกำหนดให้ผู้ช่วยเหลือต้องประจำอยู่ ณ บริเวณทางเข้า-ออกของที่อับอากาศแห่งนั้นๆ ตลอดเวลา เพื่อโฟกัสและตัดความเสี่ยงหน้างานแบบ 1 ต่อ 1 (หรือตามที่กฎหมายระบุไว้ในพื้นที่ใกล้เคียงกันที่สามารถมองเห็นและสื่อสารได้อย่างทั่วถึง แต่โดยทั่วไปเพื่อความปลอดภัยสูงสุดจะแนะนำให้ประจำจุดใครจุดมันครับ)

ใบประกาศนียบัตรการอบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือมีอายุ 5 ปี นับจากวันที่ออกหนังสือรับรอง ตามเกณฑ์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน และสถานประกอบการจำเป็นต้องจัดให้มีการซ้อมแผนช่วยเหลือฉุกเฉินร่วมกันอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

ต้องมีครับ ผู้ช่วยเหลือจำเป็นต้องผ่านการตรวจสุขภาพประจำปีและมี “ใบรับรองแพทย์ที่อับอากาศ” (Fit to Work) เช่นเดียวกับผู้ปฏิบัติงาน เพื่อยืนยันว่าร่างกายแข็งแรง สภาพจิตใจพร้อมรับมือกับภาวะกดดัน และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการช่วยเหลือคนอื่น

สรุป อบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือ

การส่งพนักงานเข้ารับ การอบรมอับอากาศสำหรับผู้ช่วยเหลือ คือการวางระบบ Safety Net หรือตาข่ายนิรภัยให้กับทีมงานด้านใน เพราะผู้ช่วยเหลือที่มีความรู้และสติสัมปชัญญะครบถ้วน จะสามารถระงับเหตุและเปลี่ยนจาก “โศกนาฏกรรม” ให้กลายเป็นการ “ช่วยเหลือที่ปลอดภัย” ได้ หากคุณต้องการสร้างทีมผู้ช่วยเหลือที่พึ่งพาได้หน้างานจริง ศูนย์อบรมของเราพร้อมให้บริการด้วยหลักสูตรที่ถูกต้องตามกฎหมายและเน้นการเวิร์กชอปปฏิบัติจริง ติดต่อเราวันนี้เพื่อรับข้อเสนอพิเศษ! รายละเอียดการอบรม ระยะเวลาอบรม: 18 ชั่วโมง รูปแบบการอบรม: In-house Training / Public Training ใบประกาศนียบัตร: มี Certificate หลังผ่านการอบรม มาตรฐาน: หลักสูตรสอดคล้องตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย

หมวดหมู่

หลักสูตรการทำงานในที่อับอากาศ

หลักสูตรอบรมเพิ่มเติม