รายละเอียดการอบรม
- ระยะเวลาอบรม: 6-24 ชั่วโมง
- รูปแบบการอบรม: In-house Training / Public Training
- ใบประกาศนียบัตร: มี Certificate หลังผ่านการอบรม
- มาตรฐาน: หลักสูตรสอดคล้องตามกฎหมายแรงงานและความปลอดภัย
In-house Training คืออะไร ?
In-house Training คือ รูปแบบการจัดฝึกอบรมที่ออกแบบและจัดขึ้นสำหรับพนักงานภายในองค์กรใดองค์กรหนึ่งโดยเฉพาะ โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญจะเดินทางไปบรรยายและจัดเวิร์กชอปให้ถึงที่ตั้งของบริษัท โรงงาน หรือจัดในรูปแบบออนไลน์ส่วนตัว (Exclusive Online)
ข้อแตกต่างที่เห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับ Public Training (การอบรมสาธารณะ) คือ Public Training จะเป็นการส่งพนักงานรายบุคคลไปเรียนร่วมกับคนจากบริษัทอื่น เนื้อหาเป็นกลางๆ ไม่เจาะจง แต่สำหรับ In-house Training ทุกอย่างจะถูกดีไซน์มาเพื่อแก้ปัญหา (Pain Point) และตอบสนองต่อเป้าหมายขององค์กรของคุณเพียงแห่งเดียวเท่านั้น
4 เหตุผลหลักที่องค์กรยุคใหม่เลือกใช้บริการ In-house Training
1. คุ้มค่าและควบคุมงบประมาณได้ดีกว่า (Cost-Effective) หากองค์กรมีพนักงานที่ต้องเข้าอบรมในหลักสูตรเดียวกันจำนวนมาก (เช่น อบรม จป.หัวหน้างาน, อบรมดับเพลิงขั้นต้น หรืออบรมลูกจ้างใหม่ 6 ชั่วโมง) การจัดแบบ In-house จะมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวที่ ถูกกว่า การส่งไปเรียนภายนอกอย่างมาก อีกทั้งยังประหยัดค่าเดินทาง ค่าที่พัก และค่าเบี้ยเลี้ยงของพนักงานอีกด้วย
2. เนื้อหาปรับแต่งได้ตามลักษณะธุรกิจ (Customized Content) วิทยากรสามารถนำกรณีศึกษา (Case Studies) นโยบายบริษัท หรือแม้แต่ปัญหาความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริงในไลน์ผลิตของคุณ มาเป็นตัวอย่างในการเรียนการสอนได้ ทำให้พนักงานเข้าใจเนื้อหาได้ลึกซึ้ง และสามารถนำความรู้กลับไปประยุกต์ใช้กับเครื่องจักรหรือหน้างานจริงได้ทันทีหลังจากเรียนจบ
3. ยืดหยุ่นเรื่องเวลาและสถานที่ (Flexibility) องค์กรสามารถเลือกวันและเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อไม่ให้กระทบต่อกระบวนการผลิตหรือการทำงานหลัก (เช่น เลือกจัดในวันหยุด หรือช่วงที่ออเดอร์เบาบาง) และสามารถเลือกสถานที่จัดอบรมภายในโรงงาน หรือโรงแรมใกล้เคียงได้ตามความสะดวก
4. สิทธิประโยชน์ด้านการลดหย่อนภาษี 200% ค่าใช้จ่ายในการจัดอบรมแบบ In-house Training สำหรับหลักสูตรที่ได้รับการขึ้นทะเบียนหรือสอดคล้องกับพ.ร.บ. พัฒนาฝีมือแรงงาน นายจ้างสามารถนำไปใช้สิทธิหักลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลได้สูงถึง 2 เท่า (200%) ของค่าใช้จ่ายจริงที่เกิดขึ้น
รายละเอียดหลักสูตรการอบรม
แบบบุคคลทั่วไป สมัครได้แล้ววันนี้ !!
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
หลักสูตร | วันที่ |
|---|---|
ที่สูงเสาส่งสัญญาณ | เดือนพฤษภาคม
วันที่ 18-19 |
ที่สูงผู้ปฏิบัติงาน | เดือนมิถุนายน
วันที่ 22-23 |
คำถามที่พบบ่อย
การจัดอบรมแบบ In-house Training ต้องมีจำนวนพนักงานขั้นต่ำกี่คน?
โดยทั่วไปแล้ว ศูนย์ฝึกอบรมส่วนใหญ่จะแนะนำจำนวนผู้เข้าอบรมที่เหมาะสมอยู่ที่ 10–15 คนขึ้นไป เพื่อความคุ้มค่าสูงสุดในเรื่องของค่าใช้จ่ายเมื่อเทียบกับการส่งอบรมภายนอกรายบุคคล อย่างไรก็ตาม บางหลักสูตรที่กฎหมายควบคุมความปลอดภัย (เช่น อบรมอับอากาศ หรืออบรมปั้นจั่น) อาจมีการจำกัดจำนวนผู้เข้าอบรมสูงสุดต่อรุ่นไว้ (เช่น ไม่เกิน 20-30 คน) เพื่อประสิทธิภาพในการฝึกภาคปฏิบัติครับ
องค์กรต้องจัดเตรียมอะไรบ้างสำหรับการจัดอบรมภายในบริษัท?
สิ่งที่นายจ้างหรือฝ่าย HR ต้องจัดเตรียมหลักๆ ได้แก่ ห้องประชุม ที่มีระบบเครื่องเสียง โปรเจกเตอร์ หรือหน้าจอสำหรับเปิดสื่อการสอน, อาหารกลางวัน/อาหารว่าง สำหรับผู้เข้าอบรมและวิทยากร และในกรณีที่มี ภาคปฏิบัติ (เช่น อบรมดับเพลิง หรือซ้อมกู้ภัยอับอากาศ) จะต้องจัดเตรียมพื้นที่โล่งแจ้งหรือพื้นที่จำลองที่ปลอดภัยสำหรับฝึกซ้อมด้วยครับ (ส่วนอุปกรณ์เซฟตี้เฉพาะทาง วิทยากรจะเป็นผู้จัดเตรียมมาให้)
ใบประกาศนียบัตร (Certificate) ที่ได้จากคอร์ส In-house มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับ Public ไหม?
มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากัน 100% ครับ ตราบใดที่สถาบันหรือหน่วยงานฝึกอบรมที่คุณเลือกใช้บริการ ได้รับใบอนุญาตขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องจากกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน วุฒิบัตรที่ออกให้แก่พนักงานรายบุคคลจะสามารถนำไปยื่นแสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจแรงงานเพื่อยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมายได้ตามปกติ
คอร์ส In-house Training สามารถจัดในรูปแบบออนไลน์ได้ไหม?
สามารถจัดได้ครับ สำหรับหลักสูตรที่เป็นภาคทฤษฎีล้วน (เช่น กฎหมายความปลอดภัยพื้นฐาน) การจัดแบบ Virtual In-house Training ผ่าน Zoom หรือ Microsoft Teams จะช่วยตอบโจทย์องค์กรที่มีสาขาอยู่หลายจังหวัด ให้พนักงานสามารถล็อกอินเข้ามาเรียนพร้อมกันได้ แต่หากเป็นหลักสูตรที่กฎหมายบังคับให้มีภาคปฏิบัติ (เช่น ดับเพลิง, CPR, หรืออับอากาศ) ยังคงจำเป็นต้องจัดแบบ On-site หน้างานจริงครับ
สรุปการเลือกใช้บริการ In-house Training
การเลือกใช้บริการ In-house Training คือกลยุทธ์การพัฒนาบุคลากรที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว เพราะนอกจากจะช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างถูกต้องและประหยัดงบประมาณแล้ว ยังช่วยให้พนักงานได้รับความรู้ที่ “ตรงจุด” กับหน้างานจริง ซึ่งจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุ และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างยั่งยืน


