Safety KPI คืออะไร? ตัวชี้วัดความปลอดภัยที่องค์กรควรรู้และนำไปใช้

Safety KPI คืออะไร? ตัวชี้วัดความปลอดภัยที่องค์กรควรรู้และนำไปใช้

ความปลอดภัยในการทำงานไม่ควรประเมินจากคำถามเพียงว่า “ปีนี้เกิดอุบัติเหตุกี่ครั้ง?” เพราะการรอให้เหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนแล้วจึงวัดผล อาจทำให้องค์กรพลาดโอกาสสำคัญในการค้นหาความเสี่ยงและป้องกันความสูญเสียตั้งแต่ต้น

Safety KPI (Key Performance Indicator) หรือตัวชี้วัดผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้องค์กรมองเห็นว่า การจัดการด้านความปลอดภัยกำลังดำเนินไปในทิศทางใด มีความเสี่ยงส่วนใดที่ควรเร่งแก้ไข และมาตรการป้องกันที่ดำเนินการอยู่มีประสิทธิภาพเพียงใด

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด Safety KPI ไม่ได้มีไว้เพียงดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ช่วยให้องค์กรมองเห็นว่าควรทำอะไรต่อเพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาเดิมเกิดขึ้นอีก

“ความปลอดภัยที่ดี ไม่ใช่การรอวัดว่าเกิดอุบัติเหตุเท่าไร แต่คือการวัดว่าเราป้องกันความเสี่ยงได้ดีแค่ไหน”


Safety KPI
คืออะไร?

Safety KPI คือ ตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานขององค์กร

หากอธิบายแบบง่าย ๆ Safety KPI คือ ข้อมูลที่ช่วยให้องค์กรรู้ว่าระบบความปลอดภัยกำลังทำงานได้ดีเพียงใด มีจุดไหนที่ต้องปรับปรุง และมาตรการที่ทำอยู่สามารถควบคุมความเสี่ยงได้หรือไม่

ตัวอย่าง Safety KPI ที่องค์กรสามารถนำไปใช้ ได้แก่

  • จำนวนอุบัติเหตุจากการทำงาน
  • จำนวนเหตุการณ์ Near Miss
  • จำนวนการรายงานสภาพไม่ปลอดภัย
  • จำนวนครั้งของการตรวจความปลอดภัย
  • อัตราพนักงานที่ผ่านการอบรม
  • จำนวนข้อบกพร่องที่พบจากการตรวจ
  • อัตราการปิดข้อบกพร่องตามกำหนด
  • จำนวนกิจกรรม Safety Talk หรือ Toolbox Meeting
  • อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน
  • จำนวนวันสูญเสียจากการหยุดงาน

อย่างไรก็ตาม ไม่มี Safety KPI ชุดเดียวที่เหมาะกับทุกองค์กร เพราะแต่ละสถานประกอบการมีประเภทงาน กระบวนการทำงาน จำนวนพนักงาน และระดับความเสี่ยงแตกต่างกัน

ดังนั้นการเลือกตัวชี้วัดจึงควรเริ่มจากการพิจารณาว่า องค์กรมีความเสี่ยงอะไร และต้องการควบคุมความเสี่ยงนั้นอย่างไร


ทำไม Safety KPI จึงสำคัญต่อองค์กร?

Safety KPI ไม่ควรเป็นเพียงตัวเลขสำหรับทำรายงานประจำเดือน แต่ควรเป็นข้อมูลที่ช่วยให้องค์กรสามารถ มองเห็นปัญหา ตัดสินใจ และปรับปรุงการดำเนินงานด้านความปลอดภัยได้อย่างเป็นระบบ

ช่วยมองเห็นความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ

ตัวชี้วัดเชิงป้องกัน เช่น จำนวนการตรวจพื้นที่ จำนวน Hazard ที่รายงาน หรืออัตราการแก้ไขข้อบกพร่องตามกำหนด สามารถช่วยให้องค์กรมองเห็นสัญญาณความเสี่ยงได้เร็วขึ้น

แทนที่จะรอให้อุบัติเหตุเกิดแล้วค่อยวิเคราะห์สาเหตุ องค์กรสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็นสัญญาณเตือนและเร่งดำเนินการแก้ไขก่อนเกิดเหตุ

ช่วยผู้บริหารตัดสินใจจากข้อมูล

เมื่อข้อมูลความปลอดภัยถูกจัดระบบเป็น KPI ผู้บริหารจะสามารถมองเห็นแนวโน้มและประเด็นที่ต้องให้ความสำคัญได้ง่ายขึ้น

ตัวอย่างเช่น หากพบว่าข้อบกพร่องด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หรือมีการแก้ไขล่าช้ากว่ากำหนด อาจเป็นสัญญาณว่าต้องทบทวนทรัพยากร ขั้นตอนการทำงาน หรือความรับผิดชอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ช่วยสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย

Safety KPI ที่เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม เช่น การรายงาน Near Miss การรายงานสภาพไม่ปลอดภัย หรือการเสนอแนวทางปรับปรุง จะช่วยทำให้ความปลอดภัยไม่ใช่หน้าที่ของฝ่ายความปลอดภัยเพียงฝ่ายเดียว

ช่วยติดตามการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

องค์กรสามารถนำข้อมูล KPI มาเปรียบเทียบรายเดือน รายไตรมาส หรือรายปี เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและตรวจสอบว่ามาตรการที่นำมาใช้สามารถลดความเสี่ยงได้จริงหรือไม่


Safety KPI
มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไป Safety KPI สามารถทำความเข้าใจผ่าน 2 แนวคิดหลัก ได้แก่ Leading KPI และ Lagging KPI

ทั้งสองประเภทมีหน้าที่แตกต่างกัน แต่ควรใช้ร่วมกันเพื่อให้เห็นภาพการจัดการความปลอดภัยอย่างรอบด้าน

Leading KPI คืออะไร?

Leading KPI คือ ตัวชี้วัดเชิงรุกหรือเชิงป้องกัน ใช้ติดตามกิจกรรม มาตรการ หรือการดำเนินการที่องค์กรกำลังทำเพื่อควบคุมความเสี่ยงก่อนเกิดอุบัติเหตุ

ตัวอย่าง Leading KPI ได้แก่

  • เปอร์เซ็นต์การตรวจพื้นที่ตามแผน
  • จำนวน Hazard ที่ได้รับการรายงาน
  • เปอร์เซ็นต์การแก้ไข Hazard ตามกำหนด
  • จำนวน Safety Talk
  • จำนวน Safety Observation
  • อัตราการเข้าร่วมอบรมความปลอดภัย
  • จำนวนการประเมินความเสี่ยง
  • อัตราการตรวจสอบอุปกรณ์ก่อนใช้งาน
  • อัตราการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมความเสี่ยง

จำง่าย ๆ

Leading KPI = เรากำลังทำอะไรเพื่อป้องกัน?


Lagging KPI
คืออะไร?

Lagging KPI คือ ตัวชี้วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ใช้สำหรับดูผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยที่ผ่านมา

ตัวอย่าง Lagging KPI ได้แก่

  • จำนวนอุบัติเหตุ
  • จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ
  • Lost Time Injury
  • จำนวนวันหยุดงานจากอุบัติเหตุ
  • อัตราการบาดเจ็บ
  • จำนวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากการทำงาน
  • จำนวนกรณีที่ต้องเข้ารับการรักษา

ตัวชี้วัดกลุ่มนี้มีประโยชน์ในการประเมินผลลัพธ์ แต่ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียว เพราะเป็นการมองข้อมูลหลังจากเหตุการณ์เกิดขึ้นแล้ว

จำง่าย ๆ

Lagging KPI = ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้วเป็นอย่างไร?

Leading KPI กับ Lagging KPI ต่างกันอย่างไร?

ประเภท ความหมาย ตัวอย่าง
Leading KPI วัดกิจกรรมหรือมาตรการเชิงป้องกัน ตรวจพื้นที่, อบรม, แก้ไข Hazard
Lagging KPI วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว อุบัติเหตุ, การบาดเจ็บ, Lost Time

การใช้ Safety KPI ที่มีประสิทธิภาพจึงควรมองทั้ง “สิ่งที่กำลังทำเพื่อป้องกัน” และ “ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง”

การดูเพียงจำนวนอุบัติเหตุอาจทำให้องค์กรมองไม่เห็นกิจกรรมที่กำลังช่วยลดความเสี่ยง ขณะที่การดูเพียงจำนวนกิจกรรมก็อาจไม่สะท้อนว่าผลลัพธ์ด้านความปลอดภัยดีขึ้นจริงหรือไม่

ดังนั้นการนำ Leading KPI และ Lagging KPI มาใช้ร่วมกันจะช่วยให้การประเมินมีมิติที่ครบมากขึ้น

ตัวอย่าง Safety KPI ที่องค์กรสามารถนำไปใช้

องค์กรสามารถออกแบบตัวชี้วัดให้เหมาะกับลักษณะงานและความเสี่ยงของตนเอง เช่น

ด้าน ตัวอย่าง Safety KPI
การอบรม พนักงานผ่านการอบรมตามแผน ≥ 95%
การตรวจพื้นที่ ดำเนินการตรวจตามแผน ≥ 95%
Hazard ข้อบกพร่องได้รับการแก้ไขตามกำหนด ≥ 90%
Near Miss มีการรายงานและวิเคราะห์ Near Miss
Safety Talk ดำเนินการครบตามแผน
Risk Assessment งานที่อยู่ในเกณฑ์กำหนดได้รับการประเมินความเสี่ยงครบถ้วน
PPE อัตราการปฏิบัติตามข้อกำหนด PPE
อุบัติเหตุ อัตราการบาดเจ็บจากการทำงาน

หมายเหตุ: ตัวเลขในตารางเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับการออกแบบ KPI ไม่ควรนำไปกำหนดเป็นเป้าหมายเดียวกันกับทุกองค์กร เพราะระดับความเสี่ยงและลักษณะงานของแต่ละสถานประกอบการแตกต่างกัน

Safety KPI คำนวณอย่างไร?

วิธีคำนวณ Safety KPI ขึ้นอยู่กับประเภทของตัวชี้วัด ตัวอย่างเช่น

อัตราการปิดข้อบกพร่อง

อัตราการปิดข้อบกพร่อง (%) = จำนวนข้อบกพร่องที่แก้ไขแล้ว ÷ จำนวนข้อบกพร่องทั้งหมด × 100

ตัวอย่าง หากองค์กรพบข้อบกพร่อง 100 รายการ และแก้ไขแล้ว 90 รายการ

90 ÷ 100 × 100 = 90%

ดังนั้น อัตราการปิดข้อบกพร่องเท่ากับ 90%

อัตราการผ่านการอบรม

อัตราการผ่านการอบรม (%) = จำนวนผู้ที่ผ่านการอบรม ÷ จำนวนผู้ที่ต้องอบรมทั้งหมด × 100

ตัวอย่าง มีพนักงานที่ต้องอบรม 200 คน และผ่านการอบรมแล้ว 190 คน

190 ÷ 200 × 100 = 95%

ดังนั้น อัตราการผ่านการอบรมเท่ากับ 95%

สิ่งสำคัญในการคำนวณ KPI คือองค์กรต้องกำหนด นิยามข้อมูล วิธีเก็บข้อมูล ช่วงเวลา และผู้รับผิดชอบ ให้ชัดเจน เพื่อให้ผลการวัดสามารถเปรียบเทียบกันได้อย่างถูกต้อง


วิธีตั้ง Safety KPI ให้มีประสิทธิภาพ

การตั้ง KPI ที่ดีไม่ควรเริ่มจากคำถามว่า “จะตั้งตัวเลขเท่าไร?” แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า “องค์กรต้องการควบคุมความเสี่ยงอะไร?”

1. เริ่มจากการประเมินความเสี่ยง

วิเคราะห์ว่างาน กระบวนการ หรือกิจกรรมใดมีความเสี่ยงสูง แล้วเลือกตัวชี้วัดที่สามารถสะท้อนการควบคุมความเสี่ยงนั้นได้

2. เลือก KPI ที่วัดได้จริง

KPI ควรอาศัยข้อมูลที่องค์กรสามารถเก็บได้จริง มีแหล่งข้อมูลชัดเจน และไม่สร้างภาระในการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็น

3. กำหนดผู้รับผิดชอบ

แต่ละ KPI ควรมีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ตั้งแต่การรวบรวมข้อมูล การวิเคราะห์ ไปจนถึงการติดตามการแก้ไข

4. กำหนดเป้าหมายและกรอบเวลา

ควรระบุให้ชัดว่า

วัดอะไร → วัดอย่างไร → วัดเมื่อไร → ใครรับผิดชอบ → เป้าหมายเท่าไร

5. ใช้ทั้ง Leading และ Lagging KPI

อย่าวัดเฉพาะจำนวนอุบัติเหตุ แต่ควรติดตามกิจกรรมเชิงป้องกันควบคู่กันไปด้วย

6. ทบทวน KPI อย่างสม่ำเสมอ

เมื่อกระบวนการทำงาน เทคโนโลยี หรือระดับความเสี่ยงเปลี่ยนแปลง KPI ก็ควรได้รับการทบทวนให้เหมาะสมกับสถานการณ์


ทำไมการตั้ง Near Miss เป็นศูนย์อาจไม่ใช่ KPI ที่ดีที่สุด?

การกำหนดว่า “Near Miss ต้องเป็น 0” อาจดูเหมือนเป็นเป้าหมายที่ดี แต่ในทางปฏิบัติอาจทำให้เกิดผลที่ไม่ต้องการ เช่น พนักงานลังเลที่จะรายงานเหตุการณ์เพราะกลัวตัวเลขของหน่วยงานไม่ผ่านเป้าหมาย

ในทางกลับกัน หากจำนวนการรายงาน Near Miss เพิ่มขึ้น ก็อาจสะท้อนว่าพนักงานเริ่มมองเห็นและรายงานความเสี่ยงได้มากขึ้น

ดังนั้นการประเมิน Near Miss ควรพิจารณามากกว่าจำนวนเพียงอย่างเดียว โดยอาจดูร่วมกับ

คุณภาพของรายงาน + แนวโน้ม + การวิเคราะห์สาเหตุ + การแก้ไขป้องกัน

สิ่งสำคัญคือองค์กรควรสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนการรายงานความเสี่ยงอย่างเหมาะสม เพื่อให้ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ในการป้องกันได้จริง

Safety KPI เกี่ยวข้องกับ จป. อย่างไร?

สำหรับ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน หรือ จป. Safety KPI เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ช่วยติดตามและสื่อสารผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร

ข้อมูลจาก KPI สามารถนำไปใช้ในการ

  • วิเคราะห์แนวโน้มอุบัติเหตุ
  • วางแผนกิจกรรมด้านความปลอดภัย
  • ติดตามการแก้ไขข้อบกพร่อง
  • ประเมินมาตรการควบคุมความเสี่ยง
  • รายงานผลต่อผู้บริหาร
  • สนับสนุนการตัดสินใจด้านความปลอดภัย
  • วางแผนปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น Safety KPI ที่ดีควรช่วยให้ จป. หัวหน้างาน พนักงาน และผู้บริหารมองเห็นปัญหาและความเสี่ยงไปในทิศทางเดียวกัน

Safety KPI ไม่ใช่หน้าที่ของฝ่าย Safety เพียงฝ่ายเดียว

ความปลอดภัยเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งองค์กร

ผู้บริหารมีหน้าที่กำหนดทิศทางและสนับสนุนทรัพยากร หัวหน้างานมีหน้าที่ควบคุมการทำงาน พนักงานมีส่วนร่วมในการปฏิบัติตามมาตรการและรายงานความเสี่ยง ขณะที่ฝ่ายความปลอดภัยทำหน้าที่สนับสนุน ประเมิน ติดตาม และผลักดันการปรับปรุง

ดังนั้น KPI แต่ละตัวควรมี ผู้รับผิดชอบหรือ KPI Owner ที่ชัดเจน และมีการนำผลที่วัดได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม


Safety KPI
ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร?

ก่อนนำ KPI ไปใช้ องค์กรสามารถตรวจสอบเบื้องต้นได้ว่า KPI นั้น

  • สอดคล้องกับความเสี่ยงของงาน
  • มีข้อมูลที่สามารถวัดได้จริง
  • มีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน
  • มีเป้าหมายที่เหมาะสม
  • มีกรอบเวลาชัดเจน
  • สามารถติดตามแนวโน้มได้
  • สามารถนำผลไปใช้ปรับปรุงได้
  • ไม่สร้างแรงจูงใจให้เกิดการปกปิดข้อมูล

KPI ที่ดีจึงไม่ใช่ KPI ที่วัดได้มากที่สุด แต่คือ KPI ที่วัดแล้วนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง


บริษัท เซฟตี้ อินโนเวชั่น จำกัด กับการพัฒนาความปลอดภัยในองค์กร

การนำ Safety KPI ไปใช้ให้เกิดผล ไม่ได้จบเพียงการกำหนดตัวเลข แต่ควรเชื่อมโยงกับ การประเมินความเสี่ยง การพัฒนาความรู้ของบุคลากร การฝึกอบรม การตรวจประเมิน และการปรับปรุงระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เซฟตี้ อินโนเวชั่น จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความรู้และแนวทางด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมุ่งให้ความรู้สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับสภาพการทำงานจริงของแต่ละองค์กร

สำหรับองค์กรที่ต้องการยกระดับระบบความปลอดภัย การเริ่มต้นจากการเข้าใจความเสี่ยง การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการกำหนดตัวชี้วัดที่เหมาะสม จะช่วยให้การบริหารความปลอดภัยมีความเป็นระบบมากขึ้น

แนวคิดสำคัญคือ

รู้ความเสี่ยง → วัดผล → แก้ไข → ติดตาม → ปรับปรุง

เมื่อข้อมูลด้านความปลอดภัยถูกนำไปใช้ในกระบวนการตัดสินใจอย่างต่อเนื่อง KPI ก็จะไม่ใช่เพียงตัวเลขในรายงาน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบความปลอดภัยขององค์กร


Checklist
องค์กรของคุณมี Safety KPI แล้วหรือยัง?

☐ มีเป้าหมายด้านความปลอดภัยที่ชัดเจน
☐ KPI เชื่อมโยงกับความเสี่ยงจริงขององค์กร
☐ มีทั้ง Leading KPI และ Lagging KPI
☐ มีวิธีเก็บข้อมูลที่ชัดเจน
☐ มีผู้รับผิดชอบ KPI แต่ละตัว
☐ มีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
☐ มีการวิเคราะห์แนวโน้ม
☐ มีการทบทวนผลร่วมกับผู้บริหาร
☐ นำข้อมูลไปใช้แก้ไขความเสี่ยง
☐ ติดตามผลหลังดำเนินมาตรการ
☐ เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วม
☐ KPI ไม่สร้างแรงกดดันให้เกิดการปกปิดข้อมูล

หากองค์กรสามารถตอบ “ใช่” ได้ในหลายข้อ แสดงว่ากำลังนำ KPI มาใช้ในแนวทางที่เชื่อมโยงกับการบริหารความปลอดภัยมากกว่าการทำรายงานเพียงอย่างเดียว


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Safety KPI

Safety KPI คืออะไร?

Safety KPI คือ ตัวชี้วัดสำคัญที่ใช้ติดตาม ประเมิน และวิเคราะห์ผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร เพื่อช่วยให้เห็นความเสี่ยง ติดตามผล และนำข้อมูลไปใช้ปรับปรุงการทำงาน

Safety KPI มีอะไรบ้าง?

ตัวอย่างเช่น จำนวนอุบัติเหตุ อัตราการบาดเจ็บ จำนวน Near Miss อัตราการผ่านการอบรม จำนวนการตรวจพื้นที่ อัตราการแก้ไข Hazard และผลการดำเนินงานตามแผนความปลอดภัย

Leading KPI และ Lagging KPI ต่างกันอย่างไร?

Leading KPI เน้นวัดกิจกรรมหรือมาตรการเชิงป้องกัน ส่วน Lagging KPI เน้นวัดผลลัพธ์หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

องค์กรควรใช้ Safety KPI กี่ตัว?

ไม่มีจำนวนตายตัว ควรเลือกเฉพาะ KPI ที่สอดคล้องกับความเสี่ยง มีข้อมูลรองรับ และสามารถนำไปใช้ในการตัดสินใจได้จริง

Near Miss ควรตั้งเป้าเป็นศูนย์หรือไม่?

ไม่ควรพิจารณาจากจำนวนศูนย์เพียงอย่างเดียว เพราะการรายงาน Near Miss เป็นแหล่งข้อมูลสำคัญในการค้นหาและควบคุมความเสี่ยง ควรพิจารณาทั้งจำนวน คุณภาพของข้อมูล และการนำข้อมูลไปแก้ไขปัญหา

Safety KPI สำคัญกับ จป. อย่างไร?

Safety KPI ช่วยให้ จป. ติดตามผล วิเคราะห์แนวโน้ม สื่อสารข้อมูลกับผู้บริหาร และใช้ข้อมูลในการวางแผนป้องกันและปรับปรุงระบบความปลอดภัย

สรุป Safety KPI คืออะไร?

Safety KPI คือ ตัวชี้วัดที่ใช้ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานด้านความปลอดภัยขององค์กร

หัวใจสำคัญไม่ใช่การมี KPI จำนวนมาก แต่คือการเลือกตัวชี้วัดที่

สะท้อนความเสี่ยงจริง → วัดผลได้ → มีผู้รับผิดชอบ → นำไปสู่การแก้ไข → ติดตามผลได้

จำง่ายที่สุด

Leading KPI = วัดสิ่งที่เราทำเพื่อป้องกัน

Lagging KPI = วัดผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

เมื่อองค์กรใช้ทั้งสองประเภทควบคู่กัน จะช่วยให้ไม่ได้มองเพียงว่า “เกิดอะไรขึ้น” แต่ยังมองต่อไปว่า “เราจะป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกได้อย่างไร”

“KPI ที่ดีไม่ใช่ตัวเลขที่ทำให้รายงานดูสวย แต่คือข้อมูลที่ช่วยให้องค์กรปลอดภัยขึ้นจริง”

ดังนั้น Safety KPI จึงไม่ควรถูกมองว่าเป็นเพียงเครื่องมือสำหรับวัดผล แต่ควรเป็น เครื่องมือสำหรับการตัดสินใจ การป้องกัน และการปรับปรุงความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

เพราะเป้าหมายของการวัดความปลอดภัย ไม่ใช่แค่การรู้ผลลัพธ์ แต่คือการใช้ข้อมูลเพื่อป้องกันความสูญเสียก่อนที่จะเกิดขึ้น