หน้าที่ จป.เทคนิค ตามกฎกระทรวง 2569 มีอะไรบ้าง? อัปเดตบทบาทสำคัญที่ทุกสถานประกอบกิจการควรรู้
ในยุคที่กฎหมายด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานมีความเข้มงวดมากขึ้น เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค (จป.เทคนิค) ถือเป็นกำลังสำคัญขององค์กรในการควบคุม ดูแล และป้องกันอุบัติเหตุจากการทำงาน
หลายองค์กรยังมีข้อสงสัยว่า “หน้าที่ของ จป.เทคนิค ตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2569 มีอะไรบ้าง?” และธุรกิจประเภทใดจำเป็นต้องมีบุคลากรในตำแหน่งนี้ บทความนี้จะอธิบายรายละเอียดทั้งหมด พร้อมแนวทางปฏิบัติที่องค์กรสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง
จป.เทคนิค คือใคร?
เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานระดับเทคนิค (Technical Safety Officer) คือบุคลากรที่นายจ้างแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ด้านความปลอดภัยในการทำงาน โดยต้องมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนด และผ่านการอบรมหลักสูตรที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรับรอง
จป.เทคนิคมีบทบาทในการวิเคราะห์ความเสี่ยง ตรวจสอบพื้นที่ทำงาน แนะนำมาตรการป้องกัน และสนับสนุนการดำเนินงานด้านอาชีวอนามัยให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ จป.เทคนิค
หน้าที่ของ จป.เทคนิค กำหนดไว้ใน
- พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554
- กฎกระทรวงว่าด้วยการจัดให้มีเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงาน บุคลากร หน่วยงาน หรือคณะบุคคลเพื่อดำเนินการด้านความปลอดภัยในการทำงาน (ฉบับที่ใช้บังคับปี 2569)
กฎหมายดังกล่าวกำหนดหน้าที่ไว้อย่างชัดเจน เพื่อให้องค์กรสามารถป้องกันอุบัติเหตุและโรคจากการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน้าที่ จป.เทคนิค ตามกฎกระทรวง 2569 มีอะไรบ้าง?
1. ตรวจสอบความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ
จป.เทคนิคต้องตรวจสอบพื้นที่ปฏิบัติงาน เครื่องจักร อุปกรณ์ เครื่องมือ และสภาพแวดล้อมในการทำงานเป็นประจำ เพื่อค้นหาความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ
ตัวอย่าง เช่น
- เครื่องจักรไม่มีฝาครอบ
- ทางเดินมีสิ่งกีดขวาง
- ระบบไฟฟ้าไม่ปลอดภัย
- ถังดับเพลิงหมดอายุ
2. วิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง
หน้าที่สำคัญอีกประการ คือ
- วิเคราะห์อันตราย
- ประเมินความเสี่ยง
- เสนอแนวทางลดความเสี่ยง
เพื่อให้องค์กรสามารถควบคุมอันตรายก่อนเกิดอุบัติเหตุ
3. แนะนำและเสนอแนวทางป้องกันอันตราย
เมื่อพบปัญหา จป.เทคนิคต้องเสนอแนวทางแก้ไข เช่น
- ปรับปรุงขั้นตอนการทำงาน
- ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกัน
- จัดหา PPE ที่เหมาะสม
- ปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน
4. ตรวจสอบการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัย (PPE)
ได้แก่
- หมวกนิรภัย
- รองเท้านิรภัย
- ถุงมือ
- แว่นตานิรภัย
- เข็มขัดนิรภัย
- หน้ากากป้องกันสารเคมี
พร้อมทั้งติดตามให้ลูกจ้างใช้งานอย่างถูกต้อง
5. ตรวจสอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามกฎหมาย
จป.เทคนิคต้องกำกับดูแลให้การทำงานเป็นไปตาม
- กฎหมายความปลอดภัย
- มาตรฐานอาชีวอนามัย
- ข้อบังคับของบริษัท
- วิธีปฏิบัติงาน (Work Instruction)
6. สอบสวนและวิเคราะห์อุบัติเหตุ
หากเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน จป.เทคนิคต้อง
- ตรวจสอบสาเหตุ
- เก็บข้อมูล
- วิเคราะห์ต้นเหตุ
- เสนอแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ
เพื่อช่วยลดอุบัติเหตุในระยะยาว
7. ส่งเสริมกิจกรรมด้านความปลอดภัย
ตัวอย่างกิจกรรม เช่น
- Safety Talk
- Safety Campaign
- 5ส.
- การซ้อมอพยพหนีไฟ
- การรณรงค์ Zero Accident
กิจกรรมเหล่านี้ช่วยสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร
8. ให้คำแนะนำแก่พนักงาน
จป.เทคนิคต้องให้คำแนะนำเกี่ยวกับ
- วิธีทำงานอย่างปลอดภัย
- การใช้เครื่องจักร
- การใช้อุปกรณ์ PPE
- วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
เพื่อให้พนักงานทุกคนมีความรู้ด้านความปลอดภัยอย่างถูกต้อง
9. จัดทำรายงานด้านความปลอดภัย
เช่น
- รายงานการตรวจความปลอดภัย
- รายงานอุบัติเหตุ
- รายงาน Near Miss
- รายงานการประเมินความเสี่ยง
- สถิติการเกิดอุบัติเหตุ
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้องค์กรสามารถวางแผนปรับปรุงระบบความปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่อง
10. ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
จป.เทคนิคต้องประสานงานกับ
- นายจ้าง
- หัวหน้างาน
- คณะกรรมการความปลอดภัย (คปอ.)
- หน่วยงานราชการ
- วิทยากรและที่ปรึกษาด้านความปลอดภัย
เพื่อให้การดำเนินงานด้านความปลอดภัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
จป.เทคนิค มีความสำคัญต่อองค์กรอย่างไร?
องค์กรที่มี จป.เทคนิค จะสามารถ
- ลดอุบัติเหตุในการทำงาน
- ลดค่าใช้จ่ายจากการหยุดงาน
- ลดการสูญเสียทรัพย์สิน
- ปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน
- เพิ่มความเชื่อมั่นให้ลูกค้าและคู่ค้า
- ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยขององค์กร
จึงถือเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการบริหารจัดการความปลอดภัยอย่างยั่งยืน
หากไม่มี จป.เทคนิค จะเกิดผลกระทบอย่างไร?
หากสถานประกอบกิจการที่กฎหมายกำหนด ไม่จัดให้มี จป.เทคนิค อาจส่งผลให้
- ไม่เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
- เสี่ยงต่อการถูกตรวจพบและถูกดำเนินการตามกฎหมาย
- เพิ่มโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน
- ขาดผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
- ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือขององค์กร
เซฟตี้อินโนเวชั่น พร้อมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านความปลอดภัย
บริษัท เซฟตี้อินโนเวชั่น จำกัด เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและให้คำปรึกษาด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน โดยมีหลักสูตรที่ออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายปัจจุบันและการใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม
บริการของเรา ได้แก่
- อบรมเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยทุกระดับ
- ที่ปรึกษาระบบความปลอดภัย
- การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
- จัดทำเอกสารด้านความปลอดภัย
- ตรวจประเมินความปลอดภัยในสถานประกอบกิจการ
- อบรม In-house และ Public Training โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ
ด้วยประสบการณ์และทีมงานมืออาชีพ เซฟตี้อินโนเวชั่นพร้อมเป็นพันธมิตรที่ช่วยให้องค์กรของคุณดำเนินงานได้อย่างปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมาย และก้าวสู่มาตรฐานความปลอดภัยที่ยั่งยืน
สรุป
หน้าที่ของ จป.เทคนิค ตามกฎกระทรวง 2569 ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบความปลอดภัย การประเมินความเสี่ยง การป้องกันอุบัติเหตุ การสอบสวนอุบัติเหตุ การส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัย ไปจนถึงการจัดทำรายงานและประสานงานกับทุกภาคส่วนในองค์กร
การมี จป.เทคนิคที่มีความรู้ ความสามารถ และปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง ไม่เพียงช่วยให้องค์กรปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ยังช่วยลดความสูญเสีย เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าในระยะยาว
“
ความปลอดภัยที่ดี เริ่มต้นจากคนที่มีความรู้ และเติบโตได้ด้วยการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง”


